แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แคนาดา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แคนาดา แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ท่องเที่ยวเมืองแวนคูเวอร์ (Vancouver) ประเทศแคนาดา

แวนคูเวอร์ (Vancouver)


เมืองแวนคูเวอร์เป็นเมืองที่สำคัญที่สุดของรัฐบริติชโคลัมเบีย เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ เป็นประตูของแคนาดาเพียงประตูเดียวทางภาคตะวันตก เป็นบ้านหลังใหม่ของชาวฮ่องกงที่ไม่ต้องการเป็นชาวจีนอีกต่อไป และเป็นฮอลลีวู้ดของอเมริกาตอนเหนือ เป็นจุดเริ่มต้นและลงท้ายของเรือสำราญล่องอลาสกา ฯลฯ นั่นคือสิ่งที่ทำให้โฉมหน้าของแวนคูเวอร์ในวันนี้น่าสนใจ


แวนคูเวอร์เป็นเมืองเล็กๆ ที่ทุกอย่างอยู่เป็นสัดส่วนที่กำลังดี มีถนนสายสำคัญขนาดไม่ยาว (ถนนร็อบสัน) ซึ่งมีร้านกาแฟ ร้านอาหารหรูๆ มีไชน่าทาวน์ มีเมืองเก่า มีโรงละครสไตล์บรอดเวย์ มีอาร์ตแกลเลอรี่ มีตลาด มีที่ช้อปปี้ง มีร้านหนังสือดีๆ ทุกอย่างรวมกันอยู่ในพื้นที่เล็กๆ ไม่ใหญ่เกินไปแต่ไม่แออัดยัดเยียดเกินไป


การเดินทางไปแวนคูเวอร์สามารถไปได้โดยจองตั๋วเครื่องบินสายการบิน China Airlines หรือสายการบิน Eva Air ไปเมืองแวนคูเวอร์ได้ ใช้เวลาเดินทาง 16-17 ชั่วโมง


แกสทาวน์ (Gastown)


แกสซี แจ๊ค ดีห์ตัน (Gassy Jack Deighton) อาจจะไม่ได้ตั้งใจสร้างเมืองใหญ่ขนาดแวนคูเวอร์ทุกวันนี้ แต่หลังจากที่เขาเปิดบาร์ให้บริการแก่พวกที่มาทำไม้ไม่นาน ผู้คนก็เริ่มมาสร้างบ้านเรือนร้านค้าใกล้ๆ กับร้านของ ‘แกสซี’ และเรียกชุมชนนี้ว่าแกสซีทาวน์


ทุกวันนี้แกสซีทาวน์เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ จุดสนใจในแกสซีทาวน์คือรูปปั้นแกสซี แจ๊ค ยืนทำหน้าเมาไม่สร่าง และก็ยังมีนาฬิกาเรือนแรกของโลกที่เดินได้ด้วยพลังไอน้ำ ซึ่งจะส่งเสียงพ่นไอน้ำออกมาทุก 15 นาที เขาว่าไปแวนคูเวอร์แล้วไม่มีรูปคู่นาฬิกาไอน้ำหรือแกสซี แจ๊ค เหมือนมาไม่ถึงแวนคูเวอร์



แกสทาวน์ (Gastown)



รูปปั้นแกสซี แจ๊ค ดีห์ตัน (Gassy Jack Deighton) ผู้ให้กำเนิดแกสทาวน์



นาฬิกาไอน้ำโบราณที่โด่งดังของแกสทาวน์


แสตนลีย์ปาร์ก (Stanley Park)


แสตนลีย์ปาร์กอยู่กลางเมืองแวนคูเวอร์โดยเป็นเหมือนเกาะยื่นลงไปในเบอร์ราด อินเล็ต (Burrard Inlet) มีพื้นที่กว้างกว่า 10,000 เอเคอร์ และมีต้นไม้ขนาดใหญ่อยู่มากมาย สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1888


นอกจากแสตนลีย์ปาร์กจะเป็นสวนสาธารณะแล้ว แสตนลีย์ปาร์กยังมีภัตตาคาร สนามกอล์ฟ สวนน้ำสำหรับเด็ก



สวนน้ำในแสตนลีย์ปาร์ก


จุดสนใจที่สำคัญในแสตนลีย์ปาร์ก ที่นักท่องเที่ยวอย่างเราจะเข้าไปชมนั้นมักอยู่ที่กลุ่มเสาโทเทม (Totem pole) ที่ตั้งไว้เป็นสัญลักษณ์เหมือนจะระลึกถึงว่าบริเวณนี้เคยเป็นที่อยู่ของชนพื้นเมืองเก่ามาก่อน



กลุ่มเสาร์โทเทมในสแตนลีย์ปาร์ก สัญลักษณ์ของแวนคูเวอร์


จุดท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งของแสตนลีย์ปาร์กก็คือ อควาเรียมหรือสวนสัตว์น้ำ ที่นี่มีพระเอกคือวาฬเพชฌฆาตออร์กา ซึ่งถือว่าเป็นสัตว์สัญลักษณ์ประจำท้องถิ่นก็ว่าได้ เพราะน่านน้ำชายฝั่งนี้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของฝูงวาฬออร์กา



รูปปั้นวาฬเพชฌฆาตหน้าอควาเรียม สร้างตามแบบศิลปะของชาวพื้นเมืองดั้งเดิม



การแสดงของวาฬเพชฌฆาต พระเอกของอควาเรียม


ในบรรดาสัตว์ทั้งมวลในอควาเรียม นอกจากออร์กาแล้วยังมีวาฬขั้วโลกสีขาวที่เรียกว่า เบลูกา(Beluga) ที่อะควาเรียมแห่งนี้ทีเบลูกา 5-6 ตัว ซึ่งนับว่าเยอะมากกว่าที่อื่น



วาฬเบลูกาจากขั้วโลกเหนือ


เกาะแกรนวิลล์ (Granville Island)


จากดาวทาวน์แวนคูเวอร์ เดินไปถึงริมลำธานฟอลส์ครีก ใช้บริการเรือข้ามฟากอควาบัส ซึ่งเป็นเรือตุ๊ก ตุ๊ก ลำเล็กๆ เหมือนเรือกลเด็กเล่นทาสีรุ้ง ไปเป็นที่ตั้งของเกาะแกรนวิลล์ ซึ่งเป็นตลาดขายของสด ผักผลไม้ อาหารทะเล มีร้านอาหาร มีตลาดงานศิลปะ ตลาดขายของเล่นเด็ก ฯลฯ ทั้งหมดอยู่ในร่มตัวอาคาร ทำให้เดินช้อปปี้อย่างสบายใจในทุกสภาวะอากาศ



เกาะแกรนวิลล์ (Granville Island)



เรือข้ามฟากอควาบัส เหมือนเรือกลเด็กเล่นสีสันสดใส



ภายในตลาดของเกาะแกรนวิลล์


เช่นเดียวกับเกาะแกรนวิลล์ ถ้าข้ามฟากด้วยเรือ Seabus ไปแวนคูเวอร์เหนือ ที่ท่าเรือฝั่งนั้นจะมีตลาดแบบเดียวกันอยู่อีกแห่งหนึ่งชื่อว่า ตลาดลอนสเดล (Lonsdale) มีอาหาร ของสด ของที่ระลึก งานศิลปะ ฯลฯ ให้เลือกซื้อเช่นเดียวกัน เพียงแต่เล็กว่าแกรนวิลล์ราวครึ่งหนึ่งเท่านั้น


จบและคับ......[^_^]



ขอบคุณรูปภาพจากเว็บไซย์


http://en.wikipedia.org/wiki/Gastown


http://en.wikipedia.org/wiki/Stanley_Park


http://en.wikipedia.org/wiki/Vancouver_Aquarium


http://en.wikipedia.org/wiki/Granville_Island



______________________________________________________



จองตั๋วเครื่องบิน
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=naenglencomputer
http://ryusky.exteen.com
http://gotoknow.org/blog/ryusky
http://learners.in.th/blog/ryusky
http://ryuskyt.blog.mthai.com

วันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เมืองมอนทรีออล (Montreal)


เมืองมอนทรีออล ในประเทศแคนาดา (Canada) อยู่ในแคว้นเคเบกเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่น ที่สุดของประเทศแคนาดา (ราว 1.2 ล้านคน) และยังติดอันดับเมืองที่มีประชากรพูดภาษาฝรั่งเศสมากที่สุดในโลกลองจากปารีส ทำไมแคว้นเคเบกของแคนาดาประชากรส่วนใหญ่จึงพูดภาษาฝรั่งเศส เราก็ต้องย้อนไปพูดถึงตอนที่ชาวยุโรปกำลังล่าอาณานิคม โดยคนที่มาจับจองดินแดนแคว้นเคเบกคนแรกเมื่อปีค.ศ. 1608 คือนายซามูเอล เดอ ชอมแปลง (Samuel de Champlain) ชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นชาวฝรั่งเศษ เพียงปีเดียวก่อนหน้านี้ชาวอังกฤษก็ได้ตั้งเมืองแห่งแรกขึ้นในดินแดนที่ต่อมาจนกลายเป็นประเทศสหรัฐฯ


มอนทรีออลเติบโตมาจากอาณานิคมเล็กๆ ทั่งยังเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งของแคนาดาและเป็นเมืองท่าของการคมนาคมที่สำคัญของอเมริกาเหนือด้วย โดยมอนทรีออลเป็นหนึ่งในเมืองท่าในแผ่นดิน (inland port) ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก


การเดินทางไปมอนทรีออลสามารถไปได้โดยจองตั๋วเครื่องบินสายการบิน Eva Air ไปลงแวนคูเวอร์ (Vancouver) หรือ ไปลงโทรอนโต (Toronto) แล้วต่อเครื่องด้วยสายการบิน Air Canada ไปลงมอนทรีออล


ในด้านการท่องเที่ยว มอนทรีออลมีทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับนักท่องเที่ยว ทั้งด้านศิลปะ วัฒนธรรม ภูมิประเทศธรรมชาติ กิจกรรมกลางแจ้ง กีฬา ความบันเทิง อาหารการกิน ชีวิตยามราตรี และการช้อปปิ้ง


ดาวน์ทาวน์ของมอนทรีออลเป็นทั้งหัวใจของเมืองและที่รวมความหลากหลายเข้าไว้ ตึงสูงแบบทันสมัยและอาคารกระจกเป็นตัวสะท้อนอาคารเก่าแก่สไตล์วิกตอเรียน หากจะมองหาร้านบูติกหรือโชว์รูมของแฟชั่นสูง อาร์ตแกลเลอรี่ และแสงสียามค่ำคืน นักท่องเที่ยวควรไปที่ถนนเครสเซนต์ (Crescent Street) และถนนพีล (Peel Street) แหล่งช้อบปิ้งอีกย่านที่น่าสนใจคือถนนแซงต์คาเทอรีน (Sainte-Catherine Street) ในเขตพิพิธภัณฑ์ (Museum District)



เซอร์วินสตันผับที่ถนน Crescent Street



ถนนพีล (Peel Street) และ สถานีวินเซอร์ (Windsor Station)



ร้านค้าย่านถนนแซงต์คาเทอรีน (Sainte-Catherine Street)



พิพิธภัณฑ์ Museum District


ที่ขึ้นชื่อที่สุดของเมืองมอนทรีออลก็คือเมืองใต้ดิน (Underground City) ที่พื้นที่ 30 กิโลเมตร เต็มไปด้วยบูติก ร้านอาหาร โรงละคร โรงภาพยนตร์ โรงแรม สถานีรถไฟและรถเมล์ คอลเลจและมหาลัย ธนาคาร ช้อปปิ้งคอมเพล็กซ์ ออฟฟิศ และที่พักอาศัย ทุกอย่างเชื่อมต่อด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน





เมืองใต้ดินของมอนทรีออลที่มีพื้นที่ถึง 30 กิโลเมตร


ทั้งนี้เมืองมอนทรีออลยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งเทศกาล ในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์มีเทศกาลหิมะ (Snow Festival) เดือนมิถุนายนมีงานแสดงและร้องเพลงของชาติที่พูดภาษาฝรั่งเศสทั่วโลกมารวมกันที่นี่ (Froncofolies of Montreal) ช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคมมีการประกวดดอกไม้ไฟนานาชาติ (Benson & Hedges International Fireworks) ในเดือนกรกฎาคมมีงานที่จัดได้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุดคือเทศกาลแจ๊ส (International Jazz Festival) ที่รวมพลคนรักแจ๊สทั่วโลก และกลางเดือนนี้ยังมีงานที่รื่นเริงมากคือเทศกาลแห่งเสียงหัวเราะ (Just for Laughs Festival) ในกลางเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายนก็มีเทศกาลภาพยนตร์ (World Film Festival) ที่รวมผู้คนกว่า 350,000 คน มาร่วมงาน นอกจากนี้ยังมีงานเล็กงานน้อยที่สร้างความบันเทิงได้ตลอดปี


จบบริบูรณ์...[^_^]


ขอบคุณรูปภาพจากเว็บไซย์


http://en.wikipedia.org/wiki/Crescent_Street


http://en.wikipedia.org/wiki/Peel_Street,_Montreal


http://en.wikipedia.org/wiki/Saint_Catherine_Street


http://en.wikipedia.org/wiki/Underground_City,_Montreal

_______________________________________________


จองตั๋วเครื่องบิน
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=naenglencomputer
http://ryusky.exteen.com
http://gotoknow.org/blog/ryusky
http://learners.in.th/blog/ryusky
http://ryuskyt.blog.mthai.com